
เปิดอัลบั้มด้วย Straighten Up and Fly Right ของ แนท คิง โคล ที่เริ่มด้วยเสียงร้องนุ่มๆ แต่มีพลังของไดแอน รีฟส์ คลอมากับเสียงเปียโนของปีเตอร์ มาร์ติน มาในแบบจังหวะกลางๆ เป็นบัลลาดแจ๊ส ซึ่งก็เป็นธีมหลักและภาพรวมของอัลบั้มชุดนี้ ซึ่งเน้นที่ความสดของทั้งเสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรี ฟังแล้วได้อารมณ์และความรู้สึกของบรรยากาศเก่าๆ แบบเดียวกับความรู้สึกที่อยู่ในหนัง
ถ้าจะบอกว่าเสียงร้องของ ไดแอน รีฟส์ คือจุดศูนย์รวมของอัลบั้มชุดนี้ก็คงจะไม่ผิด เพราะความสามารถและเสน่ห์ในเสียงร้องของรีฟส์ช่วยให้ดนตรีแจ็สที่ดูเรียบง่าย กลายเป็นเพลงที่มีเสน่ห์และน่าฟังได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวล ผ่อนคลาย แฝงด้วยความสนุก เจือด้วยความสดใสเล็กๆ ซึ่งถูกร้องออกมาได้อย่างเข้มแข็ง มีพลัง มั่นใจและชัดเจน ทำให้ทุกเพลงในอัลบั้มชุดนี้ คืองานเพลงแจ๊สดีๆ ที่น่าฟัง ที่ทั้งสอดรับกับตัวหนัง และยอดเยี่ยมสำหรับการเปิดฟังในช่วงเวลาปกติ
I've Got My Eyes on You งานเก่าของ โคล พอร์เตอร์ เพลงที่เราได้เห็นเธอร้องในภาพยนตร์ ละเมียดไปกับเสียงร้องของรีฟส์และเคลิ้มไปกับเสียงเทเนอร์แซกของแมทท์ คาทินกับ ซึ่งต่อยอดความรู้สึกด้วยแทรคต่อมา Gotta Be This or That ที่เสียงแซกของคาทินกับมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น
Too Close for Comfort และ Pick Yourself Up คือสองเพลงที่มาพร้อมกับลีลาและจังหวะของดนตรีลาติน โดยที่เพลงแรกจะเด่นในเรื่องของจังหวะทั้งตัวกลองและเสียงเบสที่เล่นกันออกมาได้อย่างสนุกสนานและมีสีสัน ขณะที่เพลงหลังเรียกว่าทั้งลีลาและลูกเล่นต่างๆ ที่อยู่ในเพลง ต่างก็บรรเลงในสไตล์ลาตินแจ๊สกันอย่างเต็มที่ ไม่เว้นแม้กระทั้งเสียงร้องของ ไดแอน รีฟส์ และที่เด่นมากๆ อีกอย่างในเพลงนี้ก็คือเสียงแซกที่ช่วยดึงเสน่ห์ของดนตรีลาตินแจ๊สให้กับเพลงนี้ได้อย่างสนุก ยกใจให้ไปเลยสำหรับเพลงนี้
ขณะที่ Solitudeของ ดุค เอลลิงตัน และ How High the Moon ก็เป็นบัลลาดแจ๊สช้าๆ ที่ชวนให้ปล่อยใจเคลิ้บเคลิ้มไปกับความงดงามของเสียงร้อง และอารมณ์นุ่มนวลของเสียงดนตรี เช่นเดียวกับ Pretend, Into Each Life Some Rain Must Fall และ There'll Be Another Spring ที่ให้อารมณ์ไพเราะ นุ่มนวล ด้วยการร้องในน้ำเสียงที่อ่อนหวาน แต่ว่าแข็งแรงในการออกเสียงคำร้องของ ไดแอน รีฟส์ ทำบทเพลงเหล่านี้แทรกซึมและเข้าถึงความรู้สึกในการฟังเพลงได้เป็นอย่างดี
You're Driving Me Crazy เพลงจังหวะสวิงที่เน้นความสนุกสนาน ซึ่งบรรดาเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ต่างก็บรรเลงกันอย่างสนุกคึกคัก เช่นเดียว TV Is the Thing This Year อีกหนึ่งเพลงสนุกที่เนื้อหาน่าจะใกล้เคียงกับตัวหนังมากที่สุด
ส่วน When I Fall in Love เพลงบรรเลงเพลงเดียวที่อยู่ในอัลบั้ม ซึ่งเราได้ยินกันเป็นเพลงแรกในหนังตอนต้นเรื่อง เสียงแซกโซโฟนถูกใช้เป็นพระเอกเต็มตัว ออกมาเป็นบัลลาดแจ๊สที่ออกหม่นๆ แต่ก็ฟังลื่นไหล พาเคลิ้มไปได้ไม่รู้ตัว
ยกให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม และน่าสนใจ ยิ่งถ้ากับใครที่หลงใหลในเพลงแจ๊ส ซึ่งแม้จะหยิบมาเปิดฟังในช่วงเวลาธรรมดา โดยที่ไม่สนใจอะไรเกี่ยวกับตัวหนัง อัลบั้มชุดนี้ก็ยังคงเป็นอัลบั้มเพลงแจ๊สที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดอัลบั้มหนึ่ง ขอให้ทุกๆ คนมีความสุขกับการฟังอัลบั้มชุดนี้ Good Night, and Good Luck
ถ้าจะบอกว่าเสียงร้องของ ไดแอน รีฟส์ คือจุดศูนย์รวมของอัลบั้มชุดนี้ก็คงจะไม่ผิด เพราะความสามารถและเสน่ห์ในเสียงร้องของรีฟส์ช่วยให้ดนตรีแจ็สที่ดูเรียบง่าย กลายเป็นเพลงที่มีเสน่ห์และน่าฟังได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวล ผ่อนคลาย แฝงด้วยความสนุก เจือด้วยความสดใสเล็กๆ ซึ่งถูกร้องออกมาได้อย่างเข้มแข็ง มีพลัง มั่นใจและชัดเจน ทำให้ทุกเพลงในอัลบั้มชุดนี้ คืองานเพลงแจ๊สดีๆ ที่น่าฟัง ที่ทั้งสอดรับกับตัวหนัง และยอดเยี่ยมสำหรับการเปิดฟังในช่วงเวลาปกติ
I've Got My Eyes on You งานเก่าของ โคล พอร์เตอร์ เพลงที่เราได้เห็นเธอร้องในภาพยนตร์ ละเมียดไปกับเสียงร้องของรีฟส์และเคลิ้มไปกับเสียงเทเนอร์แซกของแมทท์ คาทินกับ ซึ่งต่อยอดความรู้สึกด้วยแทรคต่อมา Gotta Be This or That ที่เสียงแซกของคาทินกับมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น
Too Close for Comfort และ Pick Yourself Up คือสองเพลงที่มาพร้อมกับลีลาและจังหวะของดนตรีลาติน โดยที่เพลงแรกจะเด่นในเรื่องของจังหวะทั้งตัวกลองและเสียงเบสที่เล่นกันออกมาได้อย่างสนุกสนานและมีสีสัน ขณะที่เพลงหลังเรียกว่าทั้งลีลาและลูกเล่นต่างๆ ที่อยู่ในเพลง ต่างก็บรรเลงในสไตล์ลาตินแจ๊สกันอย่างเต็มที่ ไม่เว้นแม้กระทั้งเสียงร้องของ ไดแอน รีฟส์ และที่เด่นมากๆ อีกอย่างในเพลงนี้ก็คือเสียงแซกที่ช่วยดึงเสน่ห์ของดนตรีลาตินแจ๊สให้กับเพลงนี้ได้อย่างสนุก ยกใจให้ไปเลยสำหรับเพลงนี้
ขณะที่ Solitudeของ ดุค เอลลิงตัน และ How High the Moon ก็เป็นบัลลาดแจ๊สช้าๆ ที่ชวนให้ปล่อยใจเคลิ้บเคลิ้มไปกับความงดงามของเสียงร้อง และอารมณ์นุ่มนวลของเสียงดนตรี เช่นเดียวกับ Pretend, Into Each Life Some Rain Must Fall และ There'll Be Another Spring ที่ให้อารมณ์ไพเราะ นุ่มนวล ด้วยการร้องในน้ำเสียงที่อ่อนหวาน แต่ว่าแข็งแรงในการออกเสียงคำร้องของ ไดแอน รีฟส์ ทำบทเพลงเหล่านี้แทรกซึมและเข้าถึงความรู้สึกในการฟังเพลงได้เป็นอย่างดี
You're Driving Me Crazy เพลงจังหวะสวิงที่เน้นความสนุกสนาน ซึ่งบรรดาเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ต่างก็บรรเลงกันอย่างสนุกคึกคัก เช่นเดียว TV Is the Thing This Year อีกหนึ่งเพลงสนุกที่เนื้อหาน่าจะใกล้เคียงกับตัวหนังมากที่สุด
ส่วน When I Fall in Love เพลงบรรเลงเพลงเดียวที่อยู่ในอัลบั้ม ซึ่งเราได้ยินกันเป็นเพลงแรกในหนังตอนต้นเรื่อง เสียงแซกโซโฟนถูกใช้เป็นพระเอกเต็มตัว ออกมาเป็นบัลลาดแจ๊สที่ออกหม่นๆ แต่ก็ฟังลื่นไหล พาเคลิ้มไปได้ไม่รู้ตัว
ยกให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม และน่าสนใจ ยิ่งถ้ากับใครที่หลงใหลในเพลงแจ๊ส ซึ่งแม้จะหยิบมาเปิดฟังในช่วงเวลาธรรมดา โดยที่ไม่สนใจอะไรเกี่ยวกับตัวหนัง อัลบั้มชุดนี้ก็ยังคงเป็นอัลบั้มเพลงแจ๊สที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดอัลบั้มหนึ่ง ขอให้ทุกๆ คนมีความสุขกับการฟังอัลบั้มชุดนี้ Good Night, and Good Luck


Lefthit